24 สิ่งที่หวังว่าตัวเองจะรู้ก่อนเดินทางสู่เลห์เดือนเมษา

นี่คือสิ่งที่คุณจะได้ เมื่อได้ไปเหยียบเลห์ในเดือนเมษายน

ความหนาวที่ทำให้คุณเข้าใจว่า เลือดในกายแข็งตัวเป็นอย่างไร
ความหิวที่ทำให้คุณฉุกคิดได้ว่า คุณน่าจะเก็บสิ่งที่คุณยังทานไม่หมดจากมื้อสุดท้ายมาด้วย
ความลำบากที่ทำให้คุณนึกวาดภาพว่า ถ้าสบายกว่านี้ ความบริสุทธิ์และสงบจะยังหลงเหลือมาถึงผู้มาเยือนภายหลังหรือไม่ และ
ความทรหดในการเดินทางที่ทำให้คุณระลึกได้ว่า ถ้าไม่เพราะมันคือ เลห์ คุณจะไม่มีวันดั้นด้นมาถึงนี่

และเพราะที่นี่คือ เลห์ ที่ที่
คุณจะรักทุกความหนาว… เพราะมันคือหลักฐานว่าคุณยังคงหายใจอยู่
คุณจะรักทุกความหิว… เพราะมันทำให้คุณรู้ว่า คุณพร้อมจะอยู่ง่ายขึ้นมากเพียงไร
คุณจะรักทุกความลำบาก… เพราะมันทำให้คุณรู้ว่า คุณจะมีเรื่องราวไว้เล่าขานต่อแก่ผู้อยู่ข้างหลัง และ
คุณจะรักทุกความทรหด… เพราะมันทำให้คุณรู้ว่า เพราะมันคือ เลห์ ที่ซึ่ง..คุณจึงดั้นด้นมาถึงนี่

และในเส้นทางเดียวกัน
หลังจากความหนาว… คุณจะได้แสงแดดอุ่นริมทะเลสาบที่สงบและร้างไร้ผู้คน
หลังจากความหิว… คุณจะได้ความอิ่มจากไออุ่นร้อนๆของอาหารและชาในมื้อต่อไป
หลังจากความลำบาก… ข้างหน้าจะมีเทือกใดเทือกหนึ่งของหิมาลัยซ่อนตัวอยู่ รอคุณสาวเท้าไปค้นพบ และ
หลังจากความทรหด… ข้างหน้าจะคือเรื่องราวเรื่องใหม่ๆที่รอคุณร้อยเรียงเข้าไว้ในสมุดแห่งนักเดินทาง…

Hi there, Himalaya… <3

When in Leh

เลห์คืออีกสถานที่ที่เราวางแผนจะไปมาไม่ต่ำกว่า 2 ปีแล้ว แต่ด้วยความว่านี่คือประเทศอินเดีย และอย่างที่ทุกๆคนรู้ นี่เป็นประเทศเดียวที่เราโดนขอร้องไม่ให้เดินทางคนเดียว มิใยเราจะพยายามบอกทุกคนว่า

“ห่วงอย่าให้ดั๊นไปรังแกคนอื่นเหอะ อย่าห่วงคนอื่นมารังแกดั๊นเลย” ก็ยังมิมีใครจะฟัง สุดท้ายจึงใช้เวลา 2 ปีกว่าจะได้เพื่อนร่วมเดินทาง ซึ่งการหาผู้ร่วมเดินทางนั้น ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวคุณยังอาจว่ายากแล้ว สำหรับนักเดินทาง มันยิ่งยากกว่านั้น… เพราะมันคือการกินอยู่หลับนอนร่วมกันมากกว่า 240 ชั่วโมง การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนทุกอย่างร่วมกัน และการไว้ใจซึ่งกันและกันอย่างที่สุด ซึ่งถ้าไม่ใช่เพื่อนร่วมทางคนนี้ เราก็ไม่มั่นใจว่า ทริปนี้จะยังคงมีสีสันเช่นที่เป็นหรือไม่ หรือจะได้เกิดขึ้นแล้วหรือยัง… ฉะนั้น ช่วงนี้จึงเป็นช่วงขอขอบคุณเพื่อนร่วมชะตากรรม ที่ยอมหลงลมหอบกระเป๋าและเงินรูปีย์หนีตามดั๊นมาด้วย ขอบคุณมากนะซูน…

หลังจากเลื่อนแล้วเลื่อนอีก เรียกว่าเลื่อนบ่อยกว่าไส้เลื่อนผู้ชาย สุดท้ายฤกษ์งามยามดีก็มาตกอยู่ที่วันที่ 4 – 14 เมษายน 2561 และในบล็อกนี้ก็อีกเช่นเคย ที่เราจะไม่มาเน้นรีวิวใดๆเกี่ยวกับเลห์ซึ่งมั่นใจว่าหาอ่านได้ง่ายกว่าหนังสือธรรมะ  แต่จะเน้นการให้ข้อมูลที่ควรจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่วางแผนจะเดินทางไปในช่วงเมษาต่อๆไป

และนี่คือที่มาของ
“24 สิ่งที่ชั้นหวังว่าชั้นจะรู้ก่อนเดินทางสู่เลห์ในเดือนเมษา”

Random smile which will simply warm your heart

 

  1. การหาตั๋วเครื่องบิน คำแนะนำคือ พึงมีกำหนดการที่สามารถเล่นกับวันได้ เอาให้เข้าใจง่ายๆคือ ค่าตั๋วในช่วงที่เราหา ต่างกันแค่ 1 วันนี่คือต่างกันประมาณ​ 1,000 บาท แต่โชคดีเดินทางแค่ 2 คน การขยับวันเข้าออกจึงทำได้ค่อนข้างสะดวก สุดท้ายราคาค่าตั๋วที่เราจ่ายไปคือ 12,700 บาท ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจแก่ชะนีผู้ที่เคยเขียนบล็อกวิธีการหาตั๋วเครื่องบินถูกอย่างดั๊นมาก เพราะจากสถิติ ส่วนใหญ่ได้กันแพงกว่านี้
    .
  2. เลห์ในเดือนเมษา เดือนที่บ้านเราร้อนตับแล่บและมีจำนวนชิ้นของเสื้อผ้าในการสวมใส่ผันแปรตามตัวเลขอุณหภูมิ แต่สำหรับที่นั่น จัดว่าเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่ปลายหนาว (#เด๋วๆๆๆ #อะไรคืออุณหภูมิสูงสุดไม่เกินสี่ #แล้วยังกล้าเรียกตัวเองว่าปลายหนาว) ฉะนั้นการแพคเครื่องแต่งกายในการเดินทางจึงมีความสำคัญมาก และแม้ว่าสารพันเฟอร์ที่คุณมีจะทำให้คุณดูราวเมียทาร์ซานกลางป่าได้อย่างแนบเนียน แต่พึงระลึกไว้ว่า ทาร์ซานมันจะไม่ออกมาช่วยคุณเวลาคุณจะหนาวตาย ฉะนั้น ทิ้งเฟอร์หาเป็ดเฮอะ… หรืออาจต้องถึงขั้นยอมใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ ซึ่งแน่นอน ดั๊นทำมาแล้ว ความที่ไม่ชอบโหลดกระเป๋าเวลาเดินทาง และต้องเดินทางให้คล่องตัวที่สุด ฉะนั้น 2 วันต่อ 1 ชุดคือโควต้าเครื่องแต่งกายประจำทริปนี้สำหรับเสื้อผ้าประเภท Base layer (อันประกอบด้วยเสื้อแขนยาว Heat tech กับ เสื้อคอเต่าผ้าฟลีซ Heat tech ที่ขอยืนยันว่า คำว่า Heat tech นั้นก็เหมือนความรัก รู้ว่ามีอยู่แต่ไม่รู้ว่าดียังไง ผ่ามมมมม แปลว่า ไม่เห็นมันจะช่วยอะไรเลยยยยยย) แต่สำหรับ ชั้นกันหนาวนั้น ดั๊นเลือกให้แจ็คเกตขนเป็ดไปทำหน้าที่แทน ความที่ติดใจจากทริปฮาร์บินในอุณหภูมิ -26  ที่ดั๊นเลือกใส่ชั้นนี้ไว้นอกสุดทับข้างในอีกประมาณ 12 ชั้น ที่สุดท้าย แม่มก็หนาวชิบหายอยู่ดี ผ่ามๆ… แหม่ -26 อ่านว่าลบยี่สิบหกเฟ้ย ไม่ใช่ยี่สิบหกเฉยๆ ระดับนั้น ให้กอดฮีตเตอร์เดินยังเอาไม่อยู่เลยมั้ง สรุปๆ… ชั้นกันหนาวเรามีแค่แจ็คเกตขนเป็ดที่ในอุณหภูมิเลขตัวเดียวบวก Base layer สัก 1-2 ชั้น เอาอยู่สบายมากๆ แต่สำหรับอุณหภูมิติดลบ ก็ใช้เพิ่มชั้นของ Base layer แทน

    Soon in Leh

  3. อีกหนึ่งไอเท็มที่ไม่ควรมองข้าม คือ ไคโระ หรือแผ่นแปะเพิ่มอุณหูมิที่แบบเอาไว้แปะตัว แปะเท้า ไรเงี้ย ถึงแม้ไม่ช่วยเท่าไหร่ แต่การมีอะไรใส่มือไว้กำเล่นก็เป็นอุปกรณ์เช็คว่าเรายังหายใจอยู่ที่ไม่เลวเลย
    .
  4. อีกหนึ่งการเตรียมตัวที่ทุกคนควรรู้คือ เลห์เป็นเมืองที่อยู่ 3,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมตรนะคะ ไม่ใช่ฟุตค่ะ! แปลว่าสูงกว่าดินแดนที่ราบอย่างค่อนข้างมาก แล้วยิ่งถ้าคุณจะเดินทางไปยังทะเลสาบปังกองและทะเลสาบโมริริ ก็จงพึงรู้ไว้เถิดว่า ทั้งสองที่นั้นมาพร้อมตัวเลขหรูๆระดับ 4,200 เมตรอัพ และนั่นแปลว่า กะเหรี่ยงเมืองกรุงเยี่ยงเราๆ ที่กินอยู่หลับนอนแบบติดแผ่นดินพื้นราบตลอดเวลา จะมีความเสี่ยงสูงมากต่อโรคแพ้ความสูงหรือ Attitude sickness ซึ่งอาการอย่างเบาๆคือนอนไม่หลับ หนักกว่านั้นคือ ปวดหัว อาเจียน ไปจนถึงขั้นเป็นลม คือ นี่ถ้าเป็นยุโรปนะ จะอยากเป็นลมมาก เพราะอัตราส่วน ฝ.หล่อๆ ที่จะมาพร้อมรับร่างเรายามเป็นลมนั้น มันมีสูงมาก แต่ไม่ใช่กับหนุ่มเลห์ค่ะ T_T… วิธีการป้องกันและปรับตัวร่างกายเพื่อพร้อมรับการไปในที่สูงมากๆนั้น เรากิน
    – Diamox   ซึ่งอ่านเจอว่าช่วยปรับการเต้นของหัวใจ อะไรเทือกๆนี้แหละ แต่.. ไม่เหมาะสำหรับผู้แพ้ซัลฟา และ ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วๆไป วิธีการทานคือ ครึ่งเม็ดเช้าเย็นล่วงหน้า 1 วันก่อนเดินทาง
    – หงจิ่งเทียน หรือ โสมธิเบต ตัวนี้หาซื้อได้แน่นอนที่เยาวราช เดินเข้าร้านขายยาแถวนั้น แล้วบอกเค้าได้เลยว่ามาซื้อหงจิ่งเทียนซึ่งจะมาในรูปแบบแคปซูล สำหรับวิธีการกินหงจิ่งเทียนนั้น แค่ 1 เม็ดตอนเช้าก็พอ ซึ่งเราทานล่วงหน้าก่อนเดินทาง 2 วัน ผลคือไม่แพ้ และไม่นอนเพราะทะลึ่งกินวันละ 2 เม็ด ขอย้ำว่า อย่าทะลึ่งกิน 2 เม็ดอย่างดั๊น เพราะนี่คือสมุนไพรปลุกกำลังค่ะ มันจะทำให้ดีดและตื่นตัว!! (นี่กลัวเอาไม่อยู่ไง เม็ดเดียว เลยฟาดมันซะเลย 1 เม็ดเช้าเย็น ผลคือ ไม่นอนทั้งคืนค่ะ!!)
    .
  5. เข้าสู่กระบวนการเดินทาง ไฟล์ทของเราเดินทางโดยแอร์อินเดีย ซึ่งบอกก่อนนะคะว่าเป็นเครื่องขนาดเล็ก เห็นขนาดเครื่องบินแล้วนี่ลังเล กรูกำลังจะไปเลห์หรือไปสมุยหว่า และสำหรับสายการบินนี้นั้น นี่คือสวรรค์ของคอทองแดงค่ะ นี่คือสายการบินที่คุณจะได้เจอการเทเหล้าชนิดบาร์เทนเดอร์ต้องมองค้อน เพราะเททีละครึ่งแก้ว! แถม On the rock อีกตะหาก เห็นครั้งแรกนี่หน้าเหวอกันแบบ “นั่นคือวิสกี้หรือใบชาตราสามม้าแบบชงเข้มหว่า” เรียกว่า กะมอมกันซะตั้งแต่ต้นทริปเลยทีเดียว

    Sweet and most humble animal you will simply fell in love with

  6. สำหรับอาหารบนสายการบินนั้น ปกติจะมีให้เลือกประมาณ 2-3 ออพชั่นใช่มั้ยคะ เช่น เนื้อ หรือ ไก่ หรือ มังสวิรัติ นี่ก็มีให้เลือกเช่นกันค่ะ แต่มีแค่ แหลกหรือไม่แหลก T__T ไม่มีออพชั่นมากกว่านั้น ไม่มีไก่ ไม่มีซีฟู้ด มีแค่มังสวิรัติหรือนั่งดูคนอื่นกิน เลือกเอา
    .
  7. ขาไปในไฟล์ทดึก ขอแนะนำให้เลือกที่นั่งด้านซ้ายมือค่ะ เพราะทริปนี้เป็นทริปแรกและทริปเดียวที่เราได้บินผ่านพระจันทร์ ชนิดเห็นในระดับสายตา และมันสวยมากกกกกกกกกกกกก เห็นตอนแรกก็นึกว่าตาฝาด มีใครมาติดตั้งสปอตไลท์ไว้ ก่อนได้สติว่า เอ็งไม่ได้อยู่ในสเตเดียมเชียร์วอลเลย์บอล เลยต้องขยี้ตาดูอีกครั้งจนแน่ชัดว่า มันคือพระจันทร์… สวยจนหลงรัก และเป็นครั้งแรกที่ดวงจันทร์อยู่ในสายตา ไม่ใช่เหนือระดับสายตา แนะนำจริงๆค่ะ
    .
  8. และเช่นเดิม ในขาที่นั่งจาก Delhi ไปเลห์นั้น ขอแนะนำให้เลือกที่นั่งฝั่งซ้ายเช่นเดิม นั่นเพราะว่า แดดตอนเช้าจะเข้าจากทางขวามือ ซึ่งจะโดนแดดเต็มๆและจ้ามากค่ะ
    .
  9. สายการบินแอร์อินเดีย ไม่มีช่องเสียบ USB ให้ชาร์จมือถือบนเครื่องแต่อย่างใดนะคะ ฉะนั้นจงเตรียมไปให้พร้อมพรัก ส่วนหัวปลั๊กสำหรับการใช้งานในอินเดียนั้น เป็นฟอร์แมทสองขากลมแบบ EU ค่ะ
    .

    View from our best lunch at Hotel Zen Ladakh

  10. การเดินทางเมื่อไปถึงเลห์แล้วนั้น ส่วนใหญ่จะมีทั้งแบบจ้างรถเองส่วนตัว และไปขอแจมกับชาวบ้าน แต่ของเรา เนื่องจากเป็นผู้หญิงที่ดูบอบบางกว่าคานและสิ่งปลูกสร้างนิดเดียว เลยเลือกการจ้างรถส่วนตัว ซึ่งต้องบอกว่า เราโชคดีมากกกกกกกกกกกก ที่สุดใน 15 โลก ที่ได้คนขับคนนี้ เอาว่าตั้งแต่ใช้บริการคนขับรถในต่างแดนมาจากหลายๆที่ นี่เป็นคนขับรถที่ดีที่สุด สุภาพ ใจเย็น อดทน ไม่ตีสีหน้า พร้อมจะสปอยล์เราในทุกๆนาที และพร้อมจะหยุดรถให้ในทุกๆเสียงอิ๊อ๊ะ แถมยังทำหน้าที่ไม่ต่างอะไรกับบอดี้การ์ด เอาว่า อย่าได้แสดงความอยากได้หรืออยากเห็นอะไรเลยแม้แต่น้อย Stanzin (ชื่อคนขับรถคนนี้) จะพร้อมลุยไปก่อนเสียงอิ๊อ๊ะนั้นจะหยุดลงซะอีก คนนี้ Highly recommend เอาอย่างจริงจัง
    .
  11. สกินแคร์ที่หอบๆมา อย่าหอบมาให้เหนื่อยค่ะ แนะนำนะคะ ตรงไปร้านขายผลิตภัณฑ์ Himalaya ใน Main market หาซื้อครีมรุ่น Winter Defence ของหิมาลายาซะ ไม่รับประกันว่าช่วยได้ในทุกราย แต่เอาอยู่ในกรณีดั๊นที่ปกติ สกินแคร์คือ Cold pressed oil แบบ Blend เอง ไร้ส่วนผสมใดๆ ซึ่งก็เลยไร้ชัยชนะเหนืออากาศแห้งที่เลห์ไปด้วย T_T

    Shyok river

  12. ด้วยอากาศที่หนาวระดับต่ำ 4 องศาและความแห้งชนิด Top form จึงเป็นที่มาของริมฝีปากที่แห้งผากประหนึ่งเอาปากไปไถนาต่างเกวียนมา งานนี้ต้องบอกเลยว่า  Burt’s bee หลบไป แล้วจงควักเงินออกมา 125 รูปีย์ เพื่อเรียกหา Cocoa butter lip balm ของ Himalaya ซะ เพราะบอกได้เลยว่า ผลลัพธ์คือดีงามมากที่สุดจริงๆ
    .
  13. และด้วยการเดินทางสู่ที่สูง สิ่งหนึ่งที่พึงระวังคือ แรงอัดในสารพัดหลอดที่พกมา ซึ่งเกิดแรงดันจากการเปลี่ยนระดับความสูง ถามนี่สิคะ.. สูญเสียกันมาเท่าไหร่แล้ว กับการไม่รู้ข้อนี้มาก่อน #NightCreamครึ่งหลอดของซูนๆ #Eyelinerแบบลิควิดของดั๊นนั้นอีกเล่า ฉะนั้น แนะนำให้ถ่ายลงพวกตลับถ้าเป็นไปได้ หรือเลี่ยงใช้อย่างอื่นที่สามารถหาได้นอกจากแค่รูปแบบครีม เช่น รองพื้นที่ส่วนตัวดั๊นใช้ The Hour Glass รุ่นแท่งสามเหลี่ยม บอกเลยว่าดีงามมากกกกกก
    .
  14. พ้นเรื่องสกินแคร์ก็มาสู่อีกเรื่องคอขาดบาดตายของสตรีทั่วโลก นั่นคือการแต่งหน้า โดยเฉพาะ Eyeliner ไม่จำเป็นต้องเล่นถึงระดับมิสทีนหรือคอนเฟิร์มนะคะ เอาแค่แบบระดับตัวรองๆ ก็รับประกันค่ะ จะไม่มีแปดเปื้อนให้หมองหน้าแต่อย่างใด อย่าว่าแต่เปื้อนเล้ยยยยย ถึงเวลาเอา Makeup remover เช็ดยังด้านไม่ค่อยยอมจะออก และถ้าเป็นไปได้ เพื่อป้องกันการพุ่งกระฉูดอันเกิดจากแรงดัน แนะนำ Eyeliner แบบดินสอค่ะ คือความดีงามของใบหน้าที่แท้จริงเลยทีเดียว
    .
  15. พึงรับรู้ไว้ในเบื้องต้นก่อนเลยว่า ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีผู้ทานมังสวิรัตสูงมาก ซึ่งแน่นอน อารยธรรมการไม่บริโภคเนื้อสัตว์นี้ก็ไหลบ่าสู่ประชาชนชาวเลห์และละแวกใกล้เคียงไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ เอาว่า ถ้าใครที่ต้องแก้บนด้วยการกินมังสวิรัติ ขอแนะนำให้ผนวกรวมเข้ากับทริปเลห์ค่ะ เพราะคุณจะได้ซื่อตรงต่อการบำเพ็ญบุญขั้นสุด เพราะมันไม่มีอย่างอื่นให้แหลก นอกจาก เต้าหู้ ผัก ถั่ว ไข่ และแป้ง เอาว่ากระทั่งสายการบินประจำชาติยังต้อนรับคุณด้วยอาหารเจ คุณก็คงไม่ต้องหวังจะฟาดล็อบสเตอร์ที่เลห์แน่นอน T_T และความที่อัตราการกินมังสวิรัติหนาแน่นมาก ประโยคสุดคลาสสิคที่ดั๊นใช้พูดเปิดทางในทุกๆการแวะห้องอาหารคือ “Do you have chicken?” หรือ “มีไก่มั้ย” พร้อมใบหน้าที่พร้อมร้องไห้ตลอดเวลาเพราะคิดถึงไก่ T__T นาทีนั้น ใครยื่นไก่เป็นๆให้นี่ ดั๊นพร้อมลากลงน้ำนะเออ
    .
  16. จากข้อ 16 ถ้าอยากแสดงความสนิทสนมใกล้ชิดกับชาวเลห์มากขึ้นเพราะบางร้านอาจไม่เข้าใจภาษาอังกฤษดีนัก ให้ถามว่า “Cha sha?” พร้อมทำท่าขยับปีก อันว่า Cha Sha นั้น เป็นภาษาลาดักห์ที่แปลว่าเนื้อไก่ค่ะ #นี่ก็อุตส่าห์ขยันไปหาภาษาลาดักห์คำนี้มา #เดสเพอเรทคอดๆอ่ะ
    .
  17. สำหรับสายล่าแสงเช้ากับแสงเย็นตามสไตล์ตากล้อง Landscape ทั้งหลาย พึงระลึกไว้ว่า คุณอยู่ที่สูงมาก และใกล้กับเหลี่ยมเขานิดเดียว แปลว่า พระอาทิตย์ที่นี่จะพร้อมเล่น Hide and seek กับคุณตลอดเวลา เอาว่า สมมติพระอาทิตย์ประกาศออกมาว่าจะตกตอน 18.32 ถ้าที่ไทย เราจะเก็บแสงทไวไลท์ได้แบบงามๆแม้ยามพ้น 18.32 ไปแล้ว แต่ไม่ใช่ที่นี่ค่ะ!!! นารีแลนด์สเคปเยี่ยงดั๊นนี่ถึงกับงงเป็นวัวหน้าเหวอ เมื่อโผล่มาอีกที พระอาทิตย์เซย์ไฮหลบเหลี่ยมเขาไปแล้ว ขี้อายเกิ๊นนนน พระอาทิตย์เอ๊ยยยยย #เอาShantiStupaเค้าคืนมา
    .
  18. ใครที่หมายตา Thikse monastery ไว้ ขอแนะนำให้มาเก็บในตอนช่วงบ่ายคล้อยค่ะ มาเร็วกว่าบ่ายสาม แสงจะแข็งและร้อนมาก ที่นี่จะมีมุมให้เก็บทั้ง Portrait และ Landscape ที่สวยเยอะๆ แต่จะงามที่สุดเมื่อเป็นแสงเย็น แถมยังจะได้มุมพระอาทิตย์หนีกลับบ้านหลังเทือกหิมาลัยด้วยอีกตะหาก

    Shyok river

    .

  19. อีกหนึ่งการเติมเต็มชีวิต Adventure ของทริปเลห์คือ ประสบการณ์ลงเว็จหรือวิ่งทุ่ง ครั้งแรกที่ดั๊นทำยังแค่แบบถ่ายเบาที่เกาะ Olkhon รัสเซีย ครั้งนี้มาครบทุกอย่างที่เลห์ เพราะอย่าว่าแต่ส้วมสาธารณะเล้ยยยย ไฟแม่มยังพร้อมติดๆดับๆตลอดเวลา และเชื่อเถอะว่า การวิ่งทุ่งอาจให้วิวที่ดีงามกว่าส้วมหลุมแบบหลายช่วงตัว ฉะนั้น เมื่อคุณต้องพร้อมวิ่งทุ่ง สิ่งที่อยากแนะนำคือ กระดาษเปียกแบบ Biodegradable หรือแบบย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินในการกลบฝังมูลของคุณและกระดาษทิชชู่แบบเปียกได้อย่างไม่รู้สึกผิดต่อธรรมชาติและเจ้าป่าเจ้าเขา
    .
  20. เมื่อกี๊เราพูดถึงระบบไฟฟ้าของเลห์แล้ว ก็มิพักจะพูดถึงสัญญาณไวไฟ ห๊ะ.. อะไรนะ.. อะไรคือ ไวไฟ?? อะเกนนนนน สัญญาณไวไฟก็เหมือนความรัก รู้ว่ามีแต่ไม่เคยเจอ ผ่ามมมมมมม โถ..กระทั่งระบบไฟฟ้ายังเอาตัวไม่รอด ยังจะไปหวังกับระบบไวไฟอีกรึ ไปลองนอนในคืน -10 ที่ไร้ฮีตเตอร์ดูก่อนนะ ถึงตอนนั้นจะรู้ว่า ไวไฟไม่ต้องมีก็ได้ แต่ฮีตเตอร์จะไม่มีไม่ด้ายยยยยย T__T
    .
  21. หลังพ้นจากตัวเมืองเลห์ไป เพื่อมุ่งหน้าไปสู่สารพัดสถานที่ยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น นูบร้า วัลเล่ย์ ทะเลสาบปังกอง ทะเลสาบโมริริ ทะเลสาบคาร์ พึงระลึกไว้ว่า ทุกสถานที่เหล่านี้ ไฟจะหมดตั้งแต่ 5 ทุ่ม!!! ขอย้ำว่า 5 ทุ่ม!! ซึ่งนั่นแปลว่า
    ไฟแสงสว่าง – ไม่มี
    ระบบไฟ – ไม่ทำงาน
    ซึ่งแปลได้อีกว่า ไม่สามารถชาร์จมือถือหรือแบตกล้องได้แต่อย่างใด และรวมไปถึง ฮีตเตอร์จะมีค่าไม่ต่างอะไรกับสถานที่ตากเครื่องในในตอนเช้า และคุณก็จะทำอะไรไม่ได้ นอกจากหลับวนไปค่ะ ห้าทุ่มไฟไม่มี ตลอดเวลาไม่มีไวไฟให้ถามหา นี่มันชีวิตสโลว์ไลฟ์ระดับมาสเตอร์ที่แท้ทรู 555555
    .
  22. และในทุกเมืองที่ร่ายชื่อมานั้น อะเกน… ไม่มีฮีตเตอร์ให้ และจะเป็นที่ที่คุณจะนอนทำตัวเป็นกุ้งมีมารยาทด้วยการค้อมหัวกอดเข่าใต้ผ้าห่มตลอดเวลา เพราะแม้กระทั่งสถานที่ที่อุ่นที่สุดของทั้ง 4-5 ที่นั้นคือที่หมู่บ้าน ฮุนเดอร์ (Hunder village) คุณก็ยังจะต้องเผชิญหน้ากับอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาอยู่ดี หนักสุดคือที่ปังกองและโมริริ ที่ที่คุณจะเข้านอนพร้อมอุณหภูมิประมาณ -2 และต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยอุณหภูมิขำๆประมาณ -8 ถึง -10 ซึ่งไม่มีคำใดจะอธิบายได้ดีกว่าคำว่า “หนาวอิ๊บอ๋าย” ค่ะ
    .
  23. เมื่อไปถึงนูบร้า วัลเล่ย์ ซึ่งเป็นทะเลทรายใช่ม้าาาา และแน่นอน ตากล้องทุกคนก็จะวาดฝันไว้ว่า เราจะถ่ายซิลลูเอทเงากลุ่มคนขี่อูฐเรียงรายกลางทะเลทรายอย่างสวยงาม ถ้าต้องการแค่นั้น อย่าหลงขึ้นหลังอูฐเพื่อหวังจะไปขอลงจากหลังอูฐแล้วปักหลักถ่ายกลางทะเลทรายค่ะ อูฐที่นี่มันฉลาดกว่าเราและอินดี้คอด นี่โดนมาแล้วไง
    สิ่งที่ฉันคิด: อุตส่าห์ว่าจ้างแบบ 30 นาที กะว่าเดินไปถึงกลางทะเลทรายสวยๆ แล้วจะขออูฐจอดแพรพพพพ ให้พี่ได้เก็บภาพแสงเย็นของพระอาทิตย์กลางนูบร้าวัลเล่ย์ซะก่อน
    -สิ่งที่ฉันเจอ: ณ กลางทะเลทราย
    ฮ: Can we stop here for a second? I want to capture us on the camels here
    น้องหัวหน้าพลขับอูฐ: Oh no, you can’t. The camels won’t sit here. They won’t sit outside their bases
    ตึ่ง!!!!!! แล้วคืออะไร 30 นาทีบนหลังอูฐเพื่อชมวิวทะเลทรายแบบไม่ค่อยเต็มใจจะเป็นทะเลทรายเนี่ยนะ!! สุดท้าย เลยต้องเดินเท้าเข้ากลางทะเลทรายไปเองอีกรอบ เพื่อดักถ่ายภาพที่หวัง ท่ามกลางอากาศที่หนาวและโรยตัวลงอย่างรวดเร็ว ไอ่หนาวเนี่ยไม่เท่าไหร่ ถ้าจะไม่โดน Team up โดยพี่ลมอีก ซึ่งคนที่ผ่านความหนาวมาเยอะจะรู้ว่า หนาวอ่ะ หนาวได้ ลมอย่ามาก็พอ นี่นอกจากอูฐไม่นั่งแล้ว ลมยังพัดตึงเข้าใส่อีก #โถชีวิต
  24. สุดท้าย รีวิวโรงแรมแบบรวดเร็ว
    ใน Leh:

    Nezer holiday inn: ดีทุกอย่างยกเว้นการต้องไต่ขึ้นไปนอนชั้น 3 และไวไฟที่พร้อมล่มตลอดเวลาเพื่อให้เราสงสัยซึ่งการมีอยู่ของไวไฟ แต่ที่นี่ใกล้ Main market มาก
    Kidar Holiday: ไม่ชอบสุดคือ โลเคชั่น ห่างจาก Main market ประมาณ 1 กม. แต่ที่เหลือโอเคหมด ห้องกว้าง มีสนามหน้าห้องให้นั่งผึ่งพุงซ้อมความเป็นอุ๋งๆเกยชายหาด พนักงานน่ารัก ยกเว้นอาหารเช้าที่หมดเร็วไปหน่อย อ้อ แต่ที่นี่วิวสวยนะเออ มองไปเห็นวิวหิมาลัยชัดเจน แต่ไม่เหมาะจะอยู่เป็นท้ายทริป หลังจากที่คุณนอนกอดจูบหิมาลัยแบบไร้ฮีตเตอร์มาแล้วตลอดหลายคืน ถึงนาทีนั้น หิมาลัยก็ช่างมันเถอะ เอาฮีตเตอร์มาก็พออออออ T_T

    Masala tea, yellow tea pot on red table in our room in Kidar Holiday

    นอก Leh:
    Hunder resort: ดีงามทุกอย่าง โดยเฉพาะคุณลุงผู้ดูแล (ภาษาลาดักห์ คุณลุงเรียกว่า อะ ชัง ลี โปรดจำไว้ไปประจบต่อได้)  แต่ไม่ดีอย่างเดียวสำหรับคนมี Sixth sense คือให้พึงระวังห้อง 101 ไว้
    Pangong Holiday Cottage: ณ ที่นี้ แม้พี่จะไร้ไออุ่นจากฮีตเตอร์ แต่พี่นี้อบอุ่นด้วยสายตาแห่งพ่อยอดยาหยีประจำห้องกินข้าว อันนี้หล่อจริงอะไรจริง เอาว่า เจอหน้าน้องเค้าแล้ว เราจะพร้อมยกโทษในทุกๆความผิดที่มีมา ไม่ว่าจะโควต้าน้ำห้องละ 1 ถัง ไม่ว่าจะฮีตเตอร์ระบบถังแก้ส และอีกครั้งที่เราจะไม่ Mention ถึงระบบไฟฟ้าและไวไฟแต่อย่างใด เพราะเราได้ใช้ช่วงเวลาในการออกนอกเมืองเลห์ในการพิจารณาให้ถึงแก่นการมีอยู่จริงของไฟฟ้าและไวไฟของเลห์ จนพบว่า ระบบไฟฟ้าและไวไฟนั้น เป็นอนัตตาไปเสียแล้ว อาเมนนนนนน
    Dolphin guesthouse (ที่ Tso Moriri): ห้องนอนไม่รู้ ไม่ได้นอน 555555555 เอาไว้เก็บของเฉยๆ สุดท้ายลงมารมตัวเองซ้อมการเป็นหมูรมควันแบบกลุ่มในห้องกินข้าว เพราะดันเป็นห้องเดียวที่มีฮีตเตอร์แบบเตาเผา โอ๊ยยยยยย มันดีงามมากกกกกกกก แม้จะรู้ว่า เตาเผานั้นพร้อมจะมอดไปพร้อมใจที่หนาวเหน็บของพี่ในยามรุ่งเช้า แต่พี่ก็ยอมเหอะ นาทีนั้น -2 แล้วจ้า ณ เวลาแค่ประมาณ 2 ทุ่ม #เอ็งจะรีบหนาวไปหนายยยยยยย ที่นี่แหละที่ตอนเช้า ฟาดไป -10 อย่างสง่างาม

ถ้าไม่ขี้เกียจเกินไป จะกลับมาบ่อยๆนะ สัญญา ><

ปอลิง: ความจริงถ่ายมาทั้งหมด 2,000 กว่าภาพ และมีสวยๆกว่านี้อีกเยอะมาก แต่ด้วยอยากให้บล็อกขึ้นก่อน จึงขออนุญาตคัดภาพแบบมาให้ชมเร็วๆกันไปก่อนนะคะ สำหรับคนที่อยากดูภาพเพิ่มเติม สามารถคลิกเข้าไปชมได้ที่ Instagram ของดั๊นค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *