Solo traveler: Sapa, Vietnam

ดองบล็อกนี้ไว้ชาติเศษค่ะ ทั้งที่ทริปซาปานี้ เป็นทริปที่สุดแสนจะหฤหรรษ์ เจอมันหมดทุกอารมณ์และบรรยากาศ ไล่ตั้งแต่ข้างถนนยันโรงพักกันเลยทีเดียว

ท้าวความก่อนว่า งานอดิเรกอย่างนึงของดิฉันนั้นคือ “การถ่ายรูป” ถ่ายจริงๆนะคะไม่ใช่เซลฟี่ วีฟี่ หรือทอฟฟี่ สำหรับประเภทของรูปถ่ายที่ชอบเป็นพิเศษนั้นคือ คือรูปถ่ายประเภท Land scape ส่วนที่ไม่ค่อยได้เรื่องคือหมวดสถาปัตยกรรม และไม่เอาอ่าวที่สุดในหมวดพอทเทรท

แน่นอนว่า สำหรับตากล้องสายแลนด์แล้ว ความใฝ่ฝันเบื้องต้น คือการเดินทางไปถ่ายแลนด์ให้ไกลกว่าปากซอยและละแวกอำเภอแถวบ้าน นั่นเพราะ เมื่อคุณเริ่มหัดถ่ายรูปใหม่ๆ ความมือบอนกระสันอยากกดชัตเตอร์จะตามติดเป็นโรคเรื้อรังประจำกายคุณอย่างช่วยไม่ได้ และในหลายๆคราวที่ไม่สามารถออกไปถ่ายรูปที่ไหนได้ เพราะไปมาบ่อยแล้วจนคนที่บ้านเริ่มจำหน้าไม่ได้และตั้งคำถามเวลาคุณกลับบ้านว่า

“มาหาใครคะ”

คุณเลยจำต้องเพลาๆทริปเดินทางลงบ้าง เมื่อนั้นแหละที่คุณก็จะรู้สึก (ไปเอง) ว่า แถวบ้านเราก็งามไม่แพ้ชาติใดในโลก แล้วหลังจากนั้นก็ลากกล้องคู่กายตะลุยถ่ายมันไปทุกหย่อมหญ้า ไล่ตั้งแต่ขอบประตูยันกระบะทรายแมว…

ใช่แล้ว ดิฉันผ่านประสบการณ์เจ็บปวดรวดร้าวนั้นมาแล้วววว T__T

วกกลับมาที่ทริปซาปานี้ ก็นั่นแหละหลังจากรู้แน่แก่ใจว่า ทุกตารางนิ้วล้วนต้องมือชาย เอ๊ยยยย ล้วนผ่านการโฟกัสจากตากล้องวัลลาบีคนนี้แน่แล้ว โปรเจกท์การไปให้ไกลกว่ารัศมีตัวอักษรไทยจะปรากฏอยู่บนป้ายบอกทางก็จึงมาถึง โดยเป้าหมายใหม่ในครั้งนั้นคือ “ซาปา ประเทศเวียดนาม”

 photo HNK_0001.jpg

 

สาเหตุที่ดิฉันตัดสินใจไปซาปานั้นก็เพราะว่า
1. ซาปามีนาขั้นบันได
2. การไปเวียดนามไม่ต้องขอวีซ่า
3. ตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามนั้น ถูกกว่าบินไปนินทานายที่ฮวงซุ้ยอากงแถวภูเก็ต
4. ซาปามีอากาศหนาวเย็นตลอดปี แถมดีไม่ดีเจอหิมะด้วย
5. ค่าครองชีพในซาปา จัดได้ว่าถูก เมื่อเทียบกับภูเก็ต (อีกแร้)

 photo HNK_0109.jpg

เมื่อนับข้อดีได้ 5 ข้อแล้ว ก็แพคกระเป๋าไปซาปากันเถิด…

แต่ช้าก่อนโยมมมม ทริปนี้ไม่ได้จะมารีวิวแบบบทความใดๆทั้งสิ้น แต่จะมาสรุปใจความแบบสั้นๆง่ายๆถึงสิ่งที่พึงรู้ พึงปฏิบัติ และพึงฉลาดไว้ เมื่อต้องใช้ชีวิตในซาปาและฮานอย ด้วยเพราะคติโบราณเชื่อกันว่า “โง่มาก่อนฉลาด” นี่ไง.. ดิฉันมาก่อนแล้ววววว Y__Y

การเดินทางไปซาปานั้น
ต้องเริ่มจากไปให้ถึงดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิก่อน –> ฮานอย –> นั่งรถไฟสายนอนไปลง ลาวไก (Lao cai) –> รถตู้ไปซาปา
ทรหดหยอกอยู่ซะเมื่อไหร่ล่ะนั่น!!

มา..มา เข้าเรื่องกันเลยละกัน

  1. หากต้องการเดินทางไปถ่ายรูปนาขั้นบันได เวลาที่เหมาะที่สุดคือ กันยายน จะเป็นช่วงที่นาข้าวเป็นสีทองอร่าม
  2. ซาปามีอากาศเฉลี่ยหนาวเย็นตลอดปี ฉะนั้น เพื่อความไม่ประมาท เตรียมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสม ช่วงพีคๆอาจมีแถมหิมะตกด้วย
  3. เมื่อไปถึงสนามบินฮานอย จะเจอความจริงที่แสนเจ็บปวดว่า “ไวไฟสนามบินกากมาก ถึง มากที่สุด
  4. ที่สนามบิน จะมีบริการซิมการ์ดที่มีอินเตอร์เน็ทพร้อมให้ใช้ แต่ไม่ซื้อก็ดูฉลาดดีนะ เพราะไวไฟหาได้ค่อนข้างง่ายมากในฮานอย และซาปา
  5. การซื้อตั๋วรถไฟจากเมืองฮานอยไปลงลาวไกนั้น ซื้อที่สนามบินเลยก็ได้ ราคาประเมินแล้ว ไม่ต่างกันมาก แต่อาจจะได้รถไฟตู้นอนแบบดี
  6. จากข้อ 5 หากมีทักษะในการต่อราคา “จงต่อ” เชื่อเถอะว่ามันบอกผ่าน
  7. รถไฟตู้นอนที่แสนสบายคือ Orient express
  8. จ่ายตังค์ค่าตั๋วรถไฟแล้ว ไม่ต้องตกใจถ้าจะได้มาแค่ Voucher print บน A4 ยี่ห้อดับเบิ้ลเอ เพราะถึงเวลาคุณจะต้องใช้ Voucher นี้ในการเปลี่ยนเป็นตั๋วแบบแข็งที่สถานีรถไฟ***** (แถมดาวไว้ให้ปักหมุดกัน ดูสาเหตุการปักหมุดได้ที่ข้อ 18 ค่ะ)
  9. การเดินทางจากสนามบินฮานอยไปสถานีรถไฟฮานอยนั้น ถ้าจะนั่งแท็กซี่ ค่าแท็กซี่ ควรอยู่ระหว่าง 200,000 – 280,000 ดอง ขึ้น 300,000 ดองเมื่อไหร่ “ต่อมัน” ซะ ไม่ก็เปลี่ยนคัน
  10. เวลาต่อราคา แล้วคนขับเสนอราคากลับ ทริคมันอยู่ตรงนี้ สมมติ 400,000 ดอง มันจะพิมพ์ในเครื่องคิดเลขว่า “400” ตัดศูนย์สามตัวหลังออกหมด “หยุดดดดด.. หยุดตรงนั้นแหละ อย่าคิดว่าโชคดี ให้หาวิธีถามกลับเลยว่า 400 ของเมิงอ่ะ 400 หรือ 400,000 ดอง
  11. เวลาจะขึ้นแท็กซี่ ทริคที่ดิฉันเรียนรู้ด้วยตัวเองเลยคือ อย่าเอากระเป๋าไว้ท้ายรถ เอาไว้กับตัวซะ เกิดไรขึ้น มันอาจจะล็อคประตูหลังไม่ให้เราเอาของลงได้ คือ โดนมาแล้วไง.. เลยพูดได้เต็มปากเต็มคำ
  12. สถานีตำรวจแถวสถานีรถไฟฮานอย อยู่ห่างออกไปแค่ประมาณ 300 เมตรจ้า ใกล้ๆมีโรงแรมเมอร์เคียว
  13. ตำรวจเวียดนาม สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้เลย หาเหยื่อการแปลซะ ก่อนจะขึ้นโรงพัก
  14. ส่วนใหญ่ รถไฟออกตอนค่ำ 2 ทุ่มไรเงี้ย ที่สถานีรถไฟ มีตู้ล็อคเกอร์ให้ฝากกระเป๋าได้นะ อยู่ข้างๆร้านน้ำร้านขนม
  15. ออกไปเดินเล่นในฮานอยได้หลายชั่วโมงก่อนจะขึ้นรถไฟ และถ้าเมื่อยเท้า เดินไปทางทะเลสาบแถวๆนั้นอ่ะ (ก็ไม่แถวเท่าไหร่หรอก ห่างไปเหมือนกัน) มันจะมีร้านขายรองเท้าและของที่ระลึกอยู่เป็นตับเลย
  16. ราคารองเท้าพอคบได้ แต่ความเจ็บปวดจะบังเกิดเมื่อคุณใช้วิชา “สุดยอดการต่อรองราคาขั้นเทพ” อุตส่าห์ต่อลงมาได้ตั้ง (หน่วยบาทไทย) 20 บาท เพื่อที่เวลาจ่ายตังค์ จะเจอการถามแบบตาใสๆว่า “ขอทิปหน่อยได้มั้ย” สุดท้าย แบงค์ที่คุณมีและต้องให้ทิป อาจมากกว่าราคาที่คุณพากเพียรต่อรองราคา #ร้องไห้หนักมาก #โดนมากับตัวอีกแร้
  17. เสื้อหนาวที่ฮานอย ราคาน่ารักทีเดียว ค่อยๆเดิน อย่ารน อย่ารีบร้อน ดิฉันได้เสื้อหนังสไตล์เก๋มาตัวนึง ในราคาประมาณ 800 กว่าบาทไทย รับบัตรเครดิตอีกต่างหาก
  18. (ความเดิมจากข้อ 8 ที่ปักหมุดให้ดาวไว้เยอะๆ) เมื่อเดินเล่นจนได้เวลาขึ้นรถไฟ ตอนที่จะรับตั๋วรถไฟ ถ้ามีใครมาดึงกระดาษ A4 ดับเบิ้ลเอ Voucher ตั๋วรถไฟไปจากคุณ ให้ดึงกลับ แล้วจงรับมาทำเอง เพราะ.. เพราะ.. เพราะ มันจะมาชาร์จค่าทิปจากคุณทีหลัง พูดง่ายๆ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย แค่แสร้งว่า มาช่วยจัดการเรื่องตั๋วให้ ทั้งที่เราสามารถทำได้เอง กรณีนี้ยกเว้น เป็นเจ้าหน้าที่ที่มาจากเคาน์เตอร์ของรถไฟที่ประจำการอยู่ภายในสถานี นอกเหนือจากนั้น ให้สงสัยไว้ก่อนเลย (การชาร์จทิปของมัน กึ่งๆขู่กรรโชกค่ะ ฉะนั้น ตัดโอกาสมันเลยง่ายกว่า)
  19. ราคาเบียร์บนร้านค้าด้านนอกกับบนรถไฟ แป่ๆเอี่ย แปลว่า “เท่ากัน” อย่าลำบากงกแบกหลังแอ่นไปจากร้านด้านนอกเลยเชียว เพราะชานชาลารถไฟเดินค่อนข้างไกลทีเดียว
  20. กรณีอยากชาร์จแบตมือถือบนรถไฟ เล็งดีๆจ้า ตรงบริเวณอ่างล้างหน้าตู้ใดตู้หนึ่ง จะมีปลั๊กแอบซ่อนตัวอยู่เสมอ สำคัญคือ “ต้องหาให้เจอก่อนคนอื่น” นั่งชาร์จและเฝ้าได้เลย สำหรับปลั๊กและระบบไฟ ใช้ชุดจากกรุงเทพฯได้เลยค่ะ
  21. คุณจะไปถึงลาวไกในตอนเช้า ประมาณ 6 โมง จากนั้น จะมีรถตู้มารอรับคุณไปที่ซาปา (ถ้าคุณซื้อตั๋วรถไฟจากสนามบิน มันจะมาเป็นแพคเกจพร้อม ยกเว้นรถตู้จากโรงแรมมาสถานีรถไฟในตอนขากลับนะคะ) เวลาขึ้นรถตู้ พยายามตบตีแย่งชิงให้ได้ที่นั่งฝั่งซ้ายมือให้ได้ วิวมันสวยกว่าอ่ะ T__T
  22. การเดินทางที่เหมาะสมในซาปาคือ เช่ามอเตอร์ไซค์ แต่ขอแนะนำให้เตรียมถุงมือไปด้วย เผื่อเป็นวันฝนตก (หนาวเชรดดดด ตอนขี่มอไซค์ ฝนตก ลมตีหน้าและมือ)
  23. ของกินที่ควรซื้อมานั่งแทะเล่น เกิดต้องง่อยอยู่โรงแรมเพราะฝนตกคือถั่วอัลมอนด์และเกาลัด
  24. อย่าลืมต่อราคาข้อ 23 จำไว้ มันบอกผ่านเสมอ
  25. การขี่มอเตอร์ไซค์ในซาปา เลนจราจรคือเลนขวานะจ๊ะพ่อแม่พี่น้อง
  26. เวลาเติมน้ำมันมอเตอร์ไซค์เพื่อเตรียมวิ่ง ขอแนะนำให้เติมแค่ประมาณ 50 บาทไทยพอ นี่ค่ะ นี่… พลาดมาแล้วอีกเช่นกัน เติมน้ำมันเยอะเกิน แทบจะต้องเอาปากดูดน้ำมันออกมาจากมอเตอร์ไซค์ก่อนคืนเพราะเสียดาย T__T
  27. สักครั้ง ลองชิม “จิ้มจุ่มฉบับเวียดนาม” ให้ได้ อร่อยเหาะ… แล้วก็อย่าเปรี้ยว ทำไปถามเค้านะคะว่าถ้าทานไม่พอ ขอเพิ่มเช่น เนื้อ จะคิดเท่าไหร่.. เค้าจะทำสีหน้าเหยียดหยามมากกกกก เพราะความจริง “แม่มเยอะมากกกกก” จานที่ดูพูนๆน่ะ ถ้าเป็นพี่ไทย “อ๋อ.. ผักใบเขียวฝังในล้วนๆ” แต่ของเวียดนาม พูนข้างใต้นั่น เนื้อๆเน้นๆจ้า
  28. อย่าไว้ใจอากาศที่ซาปาเป็นอันขาด สมมตินาทีนี้ดูอากาศกำลังสบายๆ ประมาณ 18 องศา พี่ไทยก็อยากโชว์เจ๋งไง เดินเล่นรอบเมืองด้วยเสื้อแขนยาวตัวเดียว สักพัก.. ฝนตกจ้าาาา หมอกตามมาเลยจ้าาาา หนาวแสรดดดดจ้าาาา ปากสั่นเลยนะจ๊ะ… บรื๋ยยยยย แค่นึกก็สะพรึงแระ
  29. ถ้าคุณเลือกพักที่ซาปา อีเด็น อาหารเช้า เป็นบุฟเฟ่ท์นะคะ เติมได้เรื่อยๆจริงๆ อาหารแบบ ABF น่ะแหละแต่เจ๋งที่สั่งเพิ่มได้เรื่อยๆ
  30. จากข้อ 29 อย่าริสั่งน้ำส้มนะ คอดจะไม่อร่อยเลย

จบแระก็ดะ..  รอบต่อไปรอพบ Solo traveler ตอน “Irkutsk, Russia”

กลับสู่หน้า Home

 photo HNK_0154.jpg

 photo HNK_9889.jpg

6 Comments

  1. BO

    \(^^)/ เขียนดีอ่ะพี่ อารมณ์กำลังหม่นๆ อ่านแล้วดีขึ้น อยากไปให้ไกลกว่าปากซอยเลย ปล. รออ่าน Irkutsk, Russia

  2. MiNNie

    เมื่อรู้จักตัวหนังสือ ก็อยากรู้จักเจ้าของตัวหนังสือขึ้นมา ^^

    • ว้าวววว… ขอบคุณสำหรับคำทักทายที่ทำให้ยิ้มได้ในคืนที่ต่อมอารมณ์ดีหนีเที่ยว 😂

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *