In art we LIVE.. “The Monument Men”

I am seeking. I am striving. I am in it with all my heart.”

Vincent van Gogh

ดิฉันเป็นคนถนัดซ้าย แต่เขียนหนังสือมือขวา
เป็นคนทำงานการตลาด ที่น้ำหนักลาดเอียงไปทางครีเอทีฟ
เป็นคนคิดวิเคราะห์ ที่วิ่งหลงในทุ่งแห่งจินตนาการและ
เป็นคนหนักตรรกะ ที่มีลมหายใจในเงาแห่งศิลป์…

หลังภารกิจสุดท้ายเพื่อปากท้องอันแสนเหนื่อยอ่อนประจำวันจบลง จุดมุ่งหมายของลมหายใจเจ้าอารมณ์นี้
นึกได้อยู่แค่ 2 อย่าง “เมาเหล้า” หรือ “เมาโรง”

ข้อแรกคงพอชัดเจนอยู่ว่าชะรอยแล้ว ชะตากรรมคงไม่พ้นการพาตัวเองไปกระทำการผิดศีลข้อ 5 ณ โรงฆ่าศีลที่ใดที่หนึ่งเป็นแน่แท้ แต่ใช่เหรอ… ยังหัวค่ำอยู่เลยนะ และที่สำคัญค่าเหล้าแพงกว่าค่าตั๋วหนังเยอะ!!!

เมื่อประชุมกับตัวเองเสร็จเรียบร้อยภายใต้ชัยชนะของมโนธรรมฝ่ายดี ก็ตัดสินใจได้ทันทีว่าเป้าหมายต่อไปของการผลาญเวลาในค่ำวันศุกร์นี้จะเป็นสิ่งใดดีไปกว่าการนั่งทอดหุ่ยอยู่ในโรงหนัง ละเลียดจินตนาการที่เริ่มจะตื้นเขินไปกับ “The Monument Men”

หนังเล่าถึงเหตุการณ์จริงเสี้ยวหนึ่งจากหน้าสำคัญของประวัติศาสตร์ที่มนุษยชาติอยากลืมแต่ต้องจำเพื่อจะได้ไม่ทำอีกครั้งสำคัญที่สุด นั่นคือ “สงครามโลกครั้งที่ 2” ที่นอกจากนำมาซึ่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่จับต้องได้แล้ว ในขณะเดียวกันก็ได้พร่าผลาญ “หลักฐานการเดินทางและเติบโตทางจิตวิญญาณของมนุษยชาติ ที่ขนานนามกันว่า -ศิลปะ-” ไปเป็นปริมาณมหาศาล ต่างกับการสูญเสียทางวัตถุทั้งหลายที่ว่า ความเสียหายครั้งนี้มันเกินกว่าที่จะประเมินค่าได้

อย่างที่รู้กันดีในหมู่ผู้ติดตามประวัติศาสตร์ว่า อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ นั้น แท้จริงแล้วเป็นผู้ชื่นชมและชื่นขอบศิลปะขนานแท้ และเมื่อวันนึงที่สองเท้าของตัวใหญ่เหยียบและหยัดยืนบนความเป็นไปของคนอีกค่อนโลก สองมือที่เปื้อนเลือดนั้นจึงฉวยโอกาสไขว่คว้าเอาสารพันศิลปะล้ำค่าจากทุกสถานที่ที่ตนกรีฑาทัพไปแผ่พังพานและอำนาจบาตรใหญ่เอาไว้ได้ มาเป็นของตนเสีย แต่ทว่า นั่นไม่ได้เป็นการพิสูจน์ว่าฮิตเลอร์เป็นผู้มีศิลปะในหัวใจอย่างแท้จริง

ภารกิจหลักของคณะผู้พิทักษ์ประวัติศาสตร์หรือ The Monument Men นั้น ในสายตาคนหลายคน ณ ช่วงเวลาที่อิสรภาพมีราคาแพงกว่ายศถาบรรดาศักดิ์ คือการออกตามหา รวบรวม และส่งคืนงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซจำนวนหลายล้านชิ้นที่ฮิตเลอร์ปล้น ขโมย และยึดมาครอบครองไว้เสียเอง ให้แก่เจ้าของที่แท้จริง และแม้จะเป็นช่วงปลายสงครามที่เยอรมันประกาศยอมแพ้สงครามแล้ว ก็ไม่ได้มีส่วนให้ภารกิจดังกล่าวเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น นั่นเพราะคำสั่งลับครั้งสำคัญที่ฮิตเลอร์ลอบส่งต่อทหารที่ยังภักดีคือ ประกาศที่ให้ทำการทำลายสิ่งของในครอบครองของอาณาจักรไรซ์ทั้งหมดทันทีที่ฮิตเลอร์เสียชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “งานศิลปะล้ำค่า” ที่ถูกแยกย้ายซุกซ่อนตามเหมืองในเมืองต่างๆ

และนี่อาจจะเป็นครั้งแรก ครั้งเดียว ชั่ววูบแรกและชั่ววูบเดียว ที่ดิฉันไม่อยากให้บุรุษใจทรามผู้นี้ตาย!! แน่นอน ไม่ใช่เพราะมโนธรรม ศีลธรรม มนุษยธรรม และหรือสารพัดธรรมทั้งหลายที่สั่งห้ามสามัญสำนึกเจ้าอารมณ์ แต่เป็นเพราะการดับดิ้นของชายจิตใจชั่วช้าและอำมหิตคนนี้ เทียบไม่ได้แม้สักกะผีกของการสูญเสียแม้เพียงรอยปลายฝีแปรงของปิกัสโซ่!!

ที่เหลือต่อจากนี้ ขอแนะนำให้ตรงดิ่งไปที่โรงภาพยนตร์ด้วยตัวเอง…

ตอนที่หนังจบสิ่งแรกที่อยากรู้คือ ใครคือผู้กำกับหนังเรื่องนี้ แล้วก็ไม่ประหลาดใจเลยเมื่อเจอเครดิตของ George Clooney โผล่หราเป็นชื่อแรกในเครดิตของผู้กำกับ ความจริงก็พอจะเดาได้ไม่ยากเพราะลายเซ็นในความเป็นผู้กำกับของคลูนีย์ชัดเหลือเกินในทุกๆเรื่องที่เขาฝากฝีมือการกำกับไว้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือพัฒนาการด้านฝีมือที่พัฒนาจนน่าจับตามอง หลายๆฉากในนั้น ทำดิฉันร้องไห้หนักกว่างานกำกับซึ้งๆที่อึ้งด้วยสาระอย่าง About time ของ ริชาร์ด เคอร์ติส งานฟีล (not so) กู้ดน้ำตาท่วมอย่าง Eternal sunshine of the spotless mind ของมิเชล กอนดรี้ งานดราม่าฆ่าเสียงหัวเราะอย่าง Schindler’s List ของสตีเวน สปีลเบิร์ก งานปรัชญาทวงหาปัญญาที่หลบลึกอย่าง The Fountain ของอาร์โรนอฟสกี้ หรืองานเมเจอร์คั้นน้ำตาอย่าง Life is beautiful ของเบนิกนี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากครวญเพลงจากทางบ้าน.. บอกได้แค่ว่า นี่เป็นฉากที่กระทบอารมณ์ความรู้สึกดิฉันอย่างมากมายมหาศาล…อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ลง

ลำพังไม่ต้องคิดหรือใส่ใจอะไรเลยกับสิ่งที่หนังกำลังจะบอก เอาแค่ไปดูงานจำลอง “มหากาฬงานศิลป์ทั่วโลก” ก็คุ้มแล้ว มีทั้งรูปปั้น  The Virgin and child ของไมเคิล แองเจโล (หรือส่วนใหญ่จะเรียก Madonna and the child) ซึ่งว่ากันว่าเป็นงานปั้นชิ้นเดียวของแองเจโลที่อยู่นอกอิตาลี (ในที่นี้คือเมืองบรูจส์ เบลเยียม) ฉากแท่นบูชาที่เกนท์ (Ghent Altarpiece) ที่เปิดหน้าฉากของการเขียนภาพแนวใหม่ งานภาพวาดเหมือนตัวเองของเรมแบรนดท์ หรือกระทั่งงานเขียนสีน้ำมันของเซซาน เอาว่า แค่เห็นสิ่งเทียมงานศิลป์เหล่านี้ ก็คุ้มค่าตั๋วจนเกินบรรยายแล้ว

ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆก็ต่างบอกว่า George Clooney เป็นหนึ่งในผู้ชายที่มีเสน่ห์ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะเสน่ห์ของเขาฉายชัดมากผ่านทางลายเส้นงานกำกับ การเลือกนักแสดง การกำกับการแสดงที่เชื่อมต่อความรู้สึกอย่างครบถ้วน การเล่าเรื่องที่มีจังหวะที่น่าค้นหาตาม รวมไปถึงงานเพลงประกอบที่ถูกใส่เข้ามาเหมือนทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบศิลป์มากกว่าแค่เพลงประกอบ

ในฐานะของคนที่ดื่มด่ำและดิ่งลึกกับงานศิลป์ หนังเรื่องนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกเหมือนได้เข้าใกล้สภาวะทิ้งหน่วงของสัมปชัญญะไปสู่ความดื่มด่ำอย่างเต็มเปี่ยมต่อห้วงหลงใหลในศิลปะ ชั่ววูบหนึ่ง ที่ดิฉันรู้สึกเหมือนว่า ตัวเองได้เป็น “ศิลปิน”

ทว่า…ศิลปินคนนี้ เขียนเพื่อยืนยันตัวตนที่ยังมีอยู่
ถ่ายภาพเพื่อยืนยันลมหายใจที่เคยมีจริง
และเสพงานศิลป์เพื่อยืนยันว่าดิฉัน..ยังไม่ได้ตายจากความเป็นมนุษย์…

 photo ME.jpg

6 Comments

  1. keyoon

    ผมเป็นคนถนัดซ้าย ทานข้าวมือซ้าย จับตะหวิวทำกับข้าวด้วยมือซ้าย ใช้มีดมือขวา เขียนหนังสือมือขวา
    ผมทำงานด้านการตลาดมานาน แต่ ณ วันนี้ ตอบตัวเองไม่ถูกว่างานนี้ใช่ตัวเราหรือไม่

    The Monument Men เพิ่งเคยได้ยินครับ
    ส่วน George Clooney ความทรงจำของผมคือ มนุษย์ค้างคาว

    เพราะความที่เป็นคนง่ายๆ
    ผมดูหนังง่ายๆ เป็นแฟนละคร 7 สี (ชีวิตมันเครียดมากแล้ว ทำไมต้องมาดูละครที่คิดเยอะๆอีก)
    หนังยากๆ นานๆดูสักครั้งไม่เป็นไร

    ผมชอบอ่านหนังสือ
    นิตยสารสารคดี ผมซื้อต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว
    นิยายอ่าน ของนักเขียนหลากหลาย ทั้งพนมเทียน แก้วเก้า ว.วินิจฉัยกุล มรว.คึกฤทธิ์ .. ยาวมาถึง วลัย นวาระ (น้ำเน่าดีจัง) กิมย้ง โกวเล้ง ก็ชอบ เยอะๆๆๆๆๆ

    ณ วันนี้ชอบอ่านอะไร
    ผมยังติดนิยายกำลังภายในเรื่องดัง เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ เมื่อไรเล่ม 16 จะมาสักที

    ผมมีแมว 3 ตัว ที่รักเราหนึ่งตัว ส่วนอีก 2 ตัว เหมือนไม่ค่อยชอบหน้าเราทั้งที่เลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็กๆ
    แต่ไม่เป็นไรมันจะอยู่ดีกินดี จนกว่าผมจะไม่มีปัญหาซื้ออาหารแมวมาให้มัน .. คิดๆอยู่ถ้าผมกับภรรยาไม่อยู่ มันจะกินปลาทู เป็นมั๊ย

    นอกจาก 3 ตัวนี้แล้ว เรายังมีสมาชิกขาจรอีก 1 .. 2 .. 3 มันมาเรื่อยๆ และจากไปเรื่อยๆ ทุกตัวที่ผ่านมือเรา เมื่อจากมันแสนเศร้า

    เพราะความง่ายของตัวผม
    มันดีเฉพาะกับความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน พี่ น้อง

    แต่สำหรับการทำงาน ความประณีประนอมสูง บางครั้งมันขาดความกร้าวร้าว
    เจ้านายอาจไม่ชอบ
    องค์กรอาจไม่พอใจ

    แค่อยากขีดๆเขียนๆอะไรบ้างบางอย่าง
    แค่นี้ครับ

    • ขอบคุณมากๆค่ะน้า ที่มาแชร์ความนึกคิดที่เฮี้ยงไม่เคยรู้มาก่อนผ่านทางบล็อกของเฮี้ยง ดีใจที่น้ามาร่วมคอมเมนท์ นับเป็นกำลังใจให้คนเขียนงานอย่างเฮี้ยงได้รู้สึกถึงคุณค่าในงานเขียนตัวเองอยู่ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

  2. denprayoon

    เพิ่งเข้ามา อ่านหนังทุกเรื่องแล้ว ก็โอเคนะ ขยันเขียนต่อไป 55 ..ชอบเมนต์คุณพี่ข้างบน

    • ขอบคุณมากค่ะเด่น เป็นเกียรตินะเนี่ย บก.หญ่ายยย ให้เกียรติมาเยือนและติชม 😛

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *