ออกแบบ Facebook Ad อย่างไร ให้ได้ผลที่สุด

แหม่.. ถึงนาทีนี้แล้ว เชื่อว่าในแวดวงนักการตลาด แบรนด์และผู้ประกอบการทั้งหลาย คงเห็นความสำคัญของการใช้  Facebook ad เป็นอย่างดี ยิ่งด้วยอัลกอริธึ่มใหม่ๆข่วงหลังที่ดูราวจงใจจะบีบนักการตลาดและผู้ใช้ Facebook ในเชิงธุรกิจให้หันมาจ่ายตังค์เพิ่มมากขึ้น ด้วยการลดอัตราการมองเห็นของแฟนเพจลงอย่างน่าตกใจ นอกเหนือจากคำอ้างแบบโลกสวยที่ว่า เพื่อให้เจ้าของ Facebook page ทั้งหลาย หันมาให้ความสำคัญในการเลือกป้อนคอนเทนท์กับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น แต่เชื่อว่าในความเป็นจริงแล้ว หึ..หึ.. เป็นอันรู้กัน

และในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เมื่อ Facebook ad กลายเป็นสิ่งที่ “จำต้องทำ” ก็อย่าสักแต่ว่าทำกันเลยพ่อ!! ไหนๆจะทำก็ทำอย่างให้มันเกิดผลสูงสุดเถอะ ฉะนั้นแล้วมาดูกันว่า หลักการออกแบบข้อไหนบ้างที่จะช่วยให้ Facebook ad มันได้ผลคุ้มค่าเม็ดเงินที่จ่ายไป

1. ดึงดูดความสนใจด้วยกราฟฟิค

ความจริง ในโลกของการออกแบบนั้น ไม่จำเพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นเฟซบุ๊คแอดเท่านั้นหรอก แต่การออกแบบที่สวยงาม ย่อมเป็นไม้เด็ดที่ช่วยในการดึงดูดความสนใจที่ได้ผลชงัดเป็นอย่างดี และกุญแจที่สำคัญประการหนึ่งนั้นคือ การเลือกใช้กราฟฟิคที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น กราฟฟิคแบบรูปแบบ หรือการผสมผสานด้วยข้อความ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจในเบื้องต้นได้มาก อุปมา ก็คงเหมือนมีผู้หญิงหน้าตาเพลนๆ เพล้นนนนน เพลนนนนนน เดินมา ต่อให้ข้างในชีจะเป็นนางฟ้านางสวรรค์มาจากไหน แต่ก็คงไม่เตะตาคนที่ชั่วแวบแรกมากเท่าผู้หญิงที่รู้จักแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างพอเหมาะ (ไม่เอาแบบมาดามมดน้าาาา) เขียนคิ้วนิด ทาปากหน่อย มีต่างหูและดูน่ามองอีกสักเล็กน้อย มันก็ย่อมดูกระชุ่มกระชวยและน่าเข้าใกล้กว่าแม่สาวออริจินัลที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งมาเป็นแน่แท้

 photo FacebookAd-Graphic.png

2. อย่าหลงลืม Call to action

อ่ะๆๆ.. ก่อนจะไปต่อ เดาได้ว่าจะต้องมีคนนั่งเกาหัวแกรกๆจนรังแคร่วงกราวกันบ้างล่ะว่า อี Call to action นี่ มันคืออะไร

Call to action ถ้าจะให้พูดแบบสั้นๆง่ายๆ ได้ใจความคือ “การเร่งเร้าให้เกิดการตอบรับ” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆคือ “Sign up now” “Call now” “Download” “Read more” เป็นอาทิ ซึ่งก็จะเห็นได้ว่า ตัวอย่างทั้งหลายข้างต้นนั้น คือการเร่งเร้าให้ผู้อ่านตอบรับต่อสิ่งที่กำลังสนใจด้วยการมีปฏิกริยาที่มากกว่าแค่การอ่านข้อมูลนั่นเอง (ฟันธงได้ว่า ยิ่งอธิบายยิ่งงง -_-“)

กลับมาที่เนื้อหาหลักในส่วนนี้ จงจำไว้ให้มั่นว่า คุณจะมีสุดยอดซูเปอร์โปรดักท์ขนาดไหน หรือบริการเลิศเลอประหนึ่งเป็นราชาแห่งยอดเขาไกรลาศ สิ่งเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ “รู้” แต่ไม่สามารถเข้าถึงคุณได้โดยง่าย จำไว้ให้ดีๆอีกข้อว่า วิสัยของประชากรออนไลน์คือ การตัดสินใจแบบรวดเร็ว ที่มาพร้อมด้วยความอดทนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินลงเรื่อยๆ ฉะนั้น หากในกระบวนการล่อหลอกใดๆ สามารถทำให้ลูกค้าของคุณสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการของคุณได้ในชั่วลัดนิ้ว (เช่น เห็นปุ๊บกดสั่งซื้อได้เลยภายในคลิกเดียว) คุณก็เข้าถึงกระเป๋าตังค์เค้าได้ไปครึ่งทางแหล่ว..

 photo FacebookAd-CallToAction.png

3. 20% ให้เป็นประโยชน์

มันคืออัลไลลลลล.. มา 20 เปอร์ซง 20 เปอร์เซนต์ หลายๆคนอาจงง แต่หลายๆคนอาจรู้แล้ว

20% คือกฏการออกแบบเฟซบุ๊คแอดที่กำหนดไว้ว่า คุณจะมีพื้นที่ที่เป็นตัวอักษรได้ไม่เกิน 20%  ของพื้นที่ภาพนั้นๆ ฉะนั้นแล้ว เมื่อมันเล่นประกาศิตมาชัดเจนขนาดนี้ เราก็ต้องมาคำนึงแล้วค่ะว่า 20% นี้ เราควรจะใช้ถ้อยคำประมาณไหน ควรจะบอกกล่าวเรื่องอะไร และถ้าหากจะมีใครสักคนเป็นตัวอย่างของการใช้พื้นที่ 20% ตัวอักษรอย่างมีค่ามากที่สุดแล้ว คงไม่มีใครเหมาะไปกว่า ตัวอย่างแอดจาก Facebook เอง (ดูภาพที่แนบมาต่อจากนี้เลยค่ะ)

หมายเหตุ: ไม่ต้องพยายามขี้โกงนะคะ เช่น ใช้ตัวอักษรออกแบบเป็นส่วนหนึ่งของภาพ คือ วิธียอกย้อนแบบนี้ ดิฉันลองมาหมดแล้วฮ่ะ.. แหะๆ.. ไม่ได้ผลค่ะ เพราะเข้าใจว่า กระบวนการในการสกรีนแอดนั้น อาจถูกควบคุมโดยรูปแบบ  Manual อย่างเคร่งครัดฮ่ะ

ถ้าอย่างนั้น จะใช้คำประเภทไหนดีล่ะ??? จากประสบการณ์ ดิฉันจะแนะนำให้ลูกค้าเลือกใช้คำประเภท Hook อ่านแล้วเกิดความสนใจได้ทันที เช่น สมมติว่าดิฉันอาจจะต้องคิดแคปชั่นนี้ให้กับบริการ Uber ซึ่งเป็นแอพให้บริการ Person driver แบบสาธารณะ ดิฉันอาจจะเลือกใช้คำประมาณว่า “Uber บริการเฟิร์สคลาส ในราคามาตรฐานแท็กซี่ไทย” (โอเค มันโม้ หมายถึงดิฉันน่ะนะคะที่โม้ มันไม่ถูกขนาดแท็กซี่ไทยหรอก แต่ก็แพงกว่าไม่มาก มันเป็นวลีแบบการตลาดน่ะค่ะ แหะๆ..) อะไรประมาณนี้…

 photo FacebookAd-OverlayText.png

4.  โลโก้ โลโก้ โลโก้

อีกวิธีการที่ช่วยเรียกความสนใจได้ไม่น้อย คือการวางโลโก้ไว้ภายในมุมใดมุมหนึ่งของ Facebook ad เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างภาพที่นำเสนอกับแบรนด์ของเราเอง ยิ่งถ้าหากว่า แบรนด์ของคุณมีโลโก้ที่ใครๆก็จำได้แล้ว การมีโลโก้บนตัวแอด ยิ่งจะช่วยกระตุ้นความสนใจได้เป็นอย่างดี แต่พึงระลึกไว้ว่า โลโก้นั้น ควรจะต้องเป็นแบบที่เรียบง่ายที่สุด และไม่ใหญ่จนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้มันมาเบี่ยงเบนความสนใจจากภาพและข้อความที่คุณต้องการสื่อ

 photo FacebookAd-LogonIcon.png

5. รูปภาพสวยงามด้วยฟิลเตอร์

แน่ะ..ทำเป็นเล่นไป อย่าคิดว่าไม่เกี่ยว หรือไม่มีประโยชน์เลยเชียว เพราะไม่อย่างนั้น แอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับการแต่งรูปที่มาพร้อมฟิลเตอร์ประมาณ  50 ล้านแบบจะไม่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดกันขนาดนี้หรอก ดูอย่าง Camera 360 นั่นประไร หรือหากจะดูง่ายๆ กิมมิคที่ทำให้อินสตาแกรมเติบโตจนครองโลก “Selfie นคร” ก็เพราะมันมาพร้อมลูกเล่นที่เรียกว่า “ฟิลเตอร์” นั่นแล… และเชื่อเถอะว่า ภาพที่ตกแต่งด้วยฟิลเตอร์จะมีลูกเล่นและดึงดูดความสนใจคนได้มากกว่าภาพออริจินัลที่ดูปกติธรรมดาทั่วไป

 photo FacebookAd-Filter.png

6. หลายภาพในหนึ่งเดียว

ข้อนี้จะเป็นประโยชน์มากสำหรับชาว E-Commerce การเลือกใส่ภาพสินค้ามากกว่าหนึ่งภาพลงใน  Facebook ad ของคุณเองนั้น เท่ากับเป็นการ Showcase สินค้าคุณแบบหลากหลายในการจ่ายเงินครั้งเดียว

หรือถ้าหากคุณไม่ใช่ E-Commerce แต่เป็นกลุ่มสินค้าเชิงให้บริการ ลองเอารูปแบบการวางหลากหลายภาพมาสร้างเป็นเรื่องราวก็จะช่วยทำให้ชิ้นงานโฆษณาของคุณน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นอีก เพราะยุคนี้มันเป็นยุค Story ครองเมืองจริงๆ (ถ้าหน้าหนาว จะกลายเป็น ยุค Strawberry ครองเมืองแทน >*<)

 photo FacebookAd-MultipleImage.png

7. คน ค้น คน

หนึ่งในปัจจัยการออกแบบที่น่าสนใจและส่งผลให้ Facebook ad คุณได้รับการชายตามองคือ การเลือกใช้ภาพ “คน” ในชิ้นงานออกแบบ โอเค.. มันอาจจะไม่ใช่ในทุกๆกรณี และอาจจะไม่ใช่กฎเกณฑ์ตายตัว แต่มีเสียงตอบกลับจากเอเยนซี่ชื่อดังหลายแห่งเช่นกันว่า ผลตอบรับจากแอดประเภทที่มีภาพคนนั้น โดยทั่วๆไปดูจะได้ผลดีกว่าภาพนิ่งๆแบบที่ไม่มีคน โดยเฉพาะเมื่อภาพคนที่คุณเลือกใช้นั้น เป็นคนที่น่ามอง และเป็นที่จดจำในกลุ่มคนจำนวนมาก

คำแนะนำเพิ่มเติมในการเลือกภาพคนนั้น ควรเลือกคนที่สามารถสื่อหรือเป็นตัวแทนของแบรนด์คุณได้เป็นอย่างดี อย่างแอดโฆษณา LEGO คงไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะเอามนุษย์ป้ามา Represent

 photo FacebookAd-PplLikePpl.png

 

ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ปะ.. จบมันง่ายๆงี้แหละ แหะๆ..

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก blog.canva.com

กลับสู่หน้า Home

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *