Find iPhone – สน.คันนายาว – และ Hipster

 photo 6-people-who-used-Find-My-iPhone-to-confront-phone-thieves_720x480.jpg

จำได้ว่าก่อนหน้านี้ ทุกๆครั้งที่ได้ยินข่าวคราวโทรศัพท์มือถือหาย แล้วโชคดีได้คืน ไม่ว่าจะเป็นแบบสันติวิธีที่อาจจะเทพเจ้าเอ็นดูดลใจให้คนที่เก็บได้เลือกที่จะส่งคืนมากกว่าเก็บไว้เอง หรือจะเป็นแบบบู๊ล้างผลาญวิถีงัดเอาทุกกลยุทธ์วิชามาเพื่อการแกะรอยจนสามารถเอาโทรศัพท์คืนได้ แน่นอนว่าภายใต้ความไม่ค่อยเห็นด้วยของคนที่เก็บได้

แต่ไม่ว่าจะทางไหน สุดท้ายก็จบแบบมีความสุขด้วยการที่มือถือได้กลับสู่อ้อมอกเจ้าของ ซึ่งเราก็จะรู้สึกยินดีด้วยทุกครั้งไป แล้วก็คิดว่าถ้าเป็นเราบ้าง จะโชคดีอย่างนี้ไหมน้อออออ

และในที่สุดเมื่อวาน ก็ได้โอกาสต้อนรับประสบการณ์เช่นที่ว่านี้ด้วยตัวเอง

วันที่เกิดเหตุนั่นคือวันพุธที่ 25 ก.พ เป็นวันที่เรามีเหตุให้ต้องออกไปประชุมข้างนอก ซึ่งโดยปกติแล้วดิฉันจะสะดวกใจในการขับไปเองมากกว่าการโดยสารรถสาธารณะ แต่บังเอิญเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้วคือประมาณวันที่ 17 ก.พ ที่ผ่านมา มีธุระเข้าไปนอนฮอลิเดย์ขำๆที่ รพ.สินแพทย์ เพื่อการเฉดหัวถุงน้ำไซส์ 9 ซม. ออกจากท่อรังไข่ ซึ่งแม้จะเป็นการผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง แต่เมื่อร่างกายดิฉันยังไม่ใช่ Adamantium แบบ Wolverine ที่สามารถรักษาตัวเองได้แค่ชั่วลัดนิ้ว มันจึงจำเป็นอยู่เองที่ดิฉันจะต้องพักฟื้น ซึ่งการพักฟื้นที่ว่านั้น ครอบคลุมตั้งแต่ “ห้ามเดินเยอะๆ” “ห้ามยกของหนัก” “ห้ามออกกำลังกาย” ไปจนถึง “ห้ามขับรถ” ทั้งนี้ “ห้ามถาม” เด็ดขาดว่าทำได้กี่ข้อ แต่ควรถามตะหากว่า “มีข้อไหนยังไม่ได้ทำ″

ตัดกลับมาในวันที่เกิดเหตุ เดิมทีตั้งใจจะขับรถไป แต่หนึ่งในน้องสายชิดยืนยัน นั่งยันและเอาทีนยันที่จะไม่ให้พี่เฮี้ยงขับรถไป คณะพรรคจึงจำต้องเดินทางด้วย Taxi ในวันนั้น และแน่นอน เมื่อพล็อตเรื่องดำเนินมาขนาดนี้ มือถือเราคงไม่หล่นหายแถวกำแพงเมืองจีนหรือโบราโบร่าให้เปลืองค่าเดินทางเล่นๆเป็นแน่แท้ คิดได้ดังนั้นแล้ว มือถือ i5 ผู้ไม่รักดี มันก็เลื่อนตัวเองออกจากกระเป๋าดิฉันและหนีตามคนขับแท็กซี่ไป

กว่าจะรู้ตัวว่ามือถือหาย ก็ล่วงไปอีกประมาณ 2 ชม. ให้หลังแล้ว และเมื่อนึกได้ และโทรตามก็พบว่า มันถูกปิดเครื่องไปแล้ว (ไม่ใช่แบตหมดแน่นอนค่ะ เพราะดิฉันกินอยู่หลับนอนอยู่ข้างปลั๊ก!!)

ความจริง เราน่ะแทงจำหน่ายไปแล้ว ถึงขั้นเดินไปดูโทรศัพท์เครื่องใหม่แล้วด้วยซ้ำ โชคดีที่มันแพง -_-” เลยยังสามารถยั้งใจไม่รีบซื้อมาในทันทีได้ และตัดสินใจว่า ค่อยซื้อวันรุ่งขึ้นก็แล้วกัน

ครั้นถึงบ้าน พ่อโขนเขินก็บังคับและไล่ให้ไปเปิดเช็ค Find iPhone ดิฉันผู้ว่านอนสอนง่ายไม่มีพิษมีภัยก็จึงทำตามไปด้วยความไม่เชื่อ แต่ครั้นเปิดแอพ Find iPhone ผ่านทางไอแพดดูก็พบว่า ตำแหน่งของไอโฟนนั้น มีการเคลื่อนย้ายจากเดิมไปอยู่สถานที่ใหม่แถวคู้บอน ซึ่งไม่ได้ไกลจากบ้านเลย พ่อโขนเขินเลยไล่ให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจซะเดี๋ยวนั้น ในเวลา 2 นาฬิกาของวันใหม่

เมื่อไปถึง สน. คันนายาว เราก็เปิดไอแพด เล่าเหตุการณ์ให้ผู้หมวดสุดหล่อฟัง ด้วยความ “ไม่เชื่อและไร้ความหวัง” โดยประการทั้งปวง ตอนนั้นอ่ะเอาจริงๆแล้ว สัมปชัญญะที่เหลือมีเผื่อ iPhone 6 plus และที่นอนเท่านั้น ที่สำคัญ ตำรวจในสายตาดิฉัน (ในเวลานั้น) ไม่ต่างอะไรกับหน่วยรักษาความปลอดภัยดีกรีปริญญาตรี ที่ตลอดหลักสูตรถูกสอนมาให้ทำทุกอย่างยกเว้น “ความดี” และ “การบริการประชาชน” แต่แล้ว ผู้หมวดอัศนีและสืบ (ที่ไม่ยอมบอกชื่อ) ก็ทำให้ดิฉันมองตำรวจเปลี่ยนไป

“ไปดูมั้ยสืบ…เนี่ยตรงนี้เอง ไม่ไกลเท่าไหร่” เป็นคำกล่าวประโยคแรกของผู้หมวด แบบที่ทำเอาดิฉันงงมาก มโนสติฝ่าย Default มันประท้วงขึ้นมาทันทีว่า “เดี๋ยวๆๆๆๆ พี่ เอ๊ยย น้อง ต้องเป็นตำรวจตัวปลอมแน่นอน… นั่น!! แต่งคอสเพลย์อยู่ใช่มั้ยล่าาาา” ก่อนมโนสติฝ่าย Real time จะชกเข้ากลางหน้าของมโนสติ Default แล้วบอกว่า “ไม่ใช่ว้อย ตำรวจเค้าจะพาไปจริงๆ”

ประสบการณ์การนั่งรถตำรวจเป็นครั้งแรกในชีวิตก็จึงตามมาติดๆด้วยประการฉะนี้ ระหว่างทางที่ไปนั้น ดิฉันได้พิสูจน์ความเจ๋งของแอพ Find iPhone อีกครั้ง ด้วยการดูรายละเอียดและพบว่า ไอโฟนที่ตามหาอยู่ เปิดเครื่องครั้งสุดท้ายตอนห้าทุ่มครึ่ง ณ บริเวณคู้บอน และความฉลาดที่สุดที่ตอนนั้นจะคิดออกได้คือ การตัดสินใจขับตาม Map ของไอโฟนที่ยืมพ่อโขนเขินมา (แอพ Find iPhone มีโปรแกรมการเชื่อมต่อกับแผนที่ ที่หากมันค้นเจอตำแหน่งของไอโฟนได้ เราสามารถกดที่รูปของ Device ที่ตามหาอยู่แล้วให้มันนำทางไปได้เลย)

ครั้นไปถึง บ้านที่เป็นเป้าหมายกลับไม่มีแท็กซี่จอดอยู่ “สงสัยจะฟาวล์ กลับบ้านๆๆ” มโนคติฝ่าย Default ออกความเห็นอีกครั้ง ซึ่งก็ได้กลับจริงๆ แต่เป็นการกลับไปตั้งหลักที่ สน.ตำรวจก่อน เพราะหลังการสอบถามคุณป้าเจ้าของบ้านแล้วก็พบว่า ไม่มีจุดเชื่อมโยงใดๆกับมือถือใจแตกเครื่องนั้น ประกอบกับระหว่างนั้นดิฉันได้รับรูปประกอบที่ถ่ายจากภายในรถแท็กซี่โดยฝีมือ “ฮิปสเตอร์มือวางอันดับต้นๆเมืองไทย” ที่เอาจริงๆฮิปสเตอร์บังเอิญถ่ายไปเรื่อยๆแล้วเอาไปแชร์กับกลุ่มไลน์ออฟฟิศ แต่รูปเหล่านั้นยามนี้กลับมีประโยชน์มหาศาล เพราะหนึ่งในรูปนั้นถ่ายติดเลขประจำตัวคนขับแท็กซี่ของรถคันนั้นมา

หลังกอบเศษหน้าจากบ้านป้าหลังแรกและซมซานกลับสู่ สน. สำเร็จ สืบและหมวดอัศนี ก็จัดการเอาเลขที่คนขับไปสืบค้นจากกองทะเบียนจนเจอว่า ที่อยู่ที่แจ้งขึ้นทะเบียนนั้น ให้บังเอิญเป็นละแวกเดียวกับที่  Find iPhone ตรวจเจอการเปิดเครื่องครั้งสุดท้าย

“ไปดูเลยมั้ย..ไป ไปเหอะ น้องเค้าอุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว” คือวาทะสุดหล่อของสืบที่ตัดสินใจเกือบจะทันที ผนวกกับความชำนาญในพื้นที่ของตำรวจทั้งสอง โดยเฉพาะสืบที่พอบอกคุณสมบัติว่า “แท็กซี่เขียวเหลือง” สืบก็แทบจะไล่ได้เลยว่า ในซอยนั้นๆ มีแท็กซี่เขียวเหลืองหลังไหนบ้าง กระบวนการตามติดไอโฟนใจแตกจึงเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง

ครั้งนี้ เมื่อถึงบ้านเป้าหมาย “โดยไม่ผิดเพี้ยน” สืบและผู้หมวดอัศนีก็กระทำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างน่ารัก ด้วยการตะโกนเรียกเชิญเจ้าของบ้านมาพูดคุย นั่นคือหลังที่เราเห็นแน่ชัดแล้วว่า “มีแท็กซี่เขียวเหลือง” จอดอยู่ในบ้านจริง!

หลังจากแจ้งสาเหตุของการมาเยือนยามวิกาล คนขับแท็กซี่ก็ทำหน้างงๆก่อนหายไปในตัวบ้านสักครู่หนึ่ง และเดินกลับออกมาพร้อมเปิดประตู มองสบตาดิฉัน ยื่นมือมาข้างหน้าพร้อมด้วยวัตถุที่ดิฉันคิดว่า “จะไม่มีวันได้เห็นอีกต่อไปแล้ว” ก่อนจะบอกอ้อมแอ้มว่า “ตั้งใจจะเอาไปคืนอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จะติตด่อยังไง เลยกะจะรอตอนเช้าก่อน”

เหรอออออ… แต่แหม.. เจตนาพี่ชัดมากน้าาาาา

แต่ก็เอาเถอะ ตัวเราเองรับปากผู้หมวดแล้วว่า ขอแค่ได้ของคืนจะไม่เอาความ เสร็จแล้วคณะพรรคก็เดินทางกลับ เมื่อถึง สน. คันนายาว ดิฉันตัดสินใจถามชื่อนายตำรวจทั้งสอง ตอนแรกทั้งสองนายอิดออดไม่ยอมบอก พร้อมกับยืนยันว่า “การบริการประชาชนคือหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว” แต่สุดท้าย ดิฉันก็ได้รู้มาจนได้ว่า

นายตำรวจที่เหมาะสมแก่การยกมือไหว้ขอบคุณในฐานะของตำรวจอาชีพอย่างแท้จริงคือ ผู้หมวดอัศนี (เด๋วมาเติมนามสกุลให้ค่ะ) กับสืบ (เดี๋ยวมาเติมชื่อให้ค่ะ) ประจำ สน.คันนายาว ขอยืนยันว่า คุณทั้งสองได้กู้ภาพลักษณ์ของตำรวจได้สำเร็จขึ้นมาบ้างแล้วกับประชาชนคนหนึ่ง

และเป็นครั้งที่ทำให้เราแน่ใจได้ว่า ตำรวจไม่ได้มีแค่ “จ่าเฉย” และก็ยังเป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้แม้ในยามที่ประชาชนคนนั้น “ไร้หวัง” ไปแล้วก็ตาม

 photo Photo_2-27-2558_BE_1_54_56_AM_450x600.png
ภาพแสดงการออนไลน์ของ Device ที่ใช้ Apple ID เดียวกัน

บทสรุป:
1. เมื่อเกิดอะไรขึ้น อย่าหมดหวัง “อะไรๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ”
2. หมั่นชาร์จอุปกรณ์ที่มีให้แบตเต็มไว้เสมอ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า เมื่อไหร่ที่เราอาจจะจำเป็นขั้นสูงสุดที่ต้องใช้มัน (เช่นกรณีนี้ที่เราแกะรอยด้วยไอแพดที่ปกติทิ้งขว้างและไม่ชาร์จ)
3. Find iPhone เจ๋งจริงๆ ค่อนข้างแม่นอีกต่างหาก
4. ฮิปสเตอร์คือชนเผ่าที่ช่วยสร้างเบาะแสหลักในปฏิบัติการทวงคืนครั้งนี้
5. สน.คันนายาว คือ สน. ดีเด่นประจำบล็อกนี้ และสำหรับสาวๆ นายตำรวจ สน. นี้ หน้าตาดีและโสด อีกต่างหาก (นายตำรวจฝากบอกมาฮ่ะ)

สวัสดี…

กลับสู่หน้า Home

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *